มีรุ่นพี่หลายคนเคยบอกว่าปีสี่แล้วต้องใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยช่วงสุดท้ายให้คุ้มค่าที่สุด...
แต่มันจะเป็นไปได้เหรอสำหรับคนอย่างฉัน ที่แต่ละวันยังคงทำได้แค่เพียงคอยถีบตัวเองให้พ้นจากพื้นดิน
ฉะนั้น หากจะบอกว่าสวรรค์กับนรกอยู่ใกล้กันเพียงแค่เส้นบางๆ คั่นมันก็คงไม่แปลกอะไรเลยสำหรับฉัน
บางที่มันก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้มันเป็นความโกรธ โมโห หรืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ มันเกิดจากความอัดอั้นตันใจ น้อยใจอย่างที่ไม่รู้จะระบายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร เมื่อต้องมาเห็นคนบางคนที่เกิดมาพร้อมเสียหมดทุกอย่างทั้งฐานะ รูปร่างหน้าตา ทั้งเรื่องเรียน หรือแม้กระทั้งทั้งกิจกรรม ทำอะไรก็ดีไปหมด ไม่สิเรียกได้ว่าเก่งไปหมดทุกด้าน ดูๆ แล้วเหมือนไม่มีอะไรเลยในโลกนี้ที่เค้าทำไม่ได้
แต่เมื่อมองมายังตัวเองต่อให้ตะเกียกตะกายให้ตายสักเพียงใด ก็ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพวกเขา
แล้วอย่างนี้จะให้ฉันไม่คิดได้อย่างใร ในเมื่อพวกเราทุกคนมีมือ มีเท้า มีสมอง มีอวัยวะครบ 32 เหมือนกันทุกประการ
แม้บางครั้งจะหาคำตอบได้ว่า "ก็พวกเขาฝึกมาหนักกว่าเรา" หรือไม่ก็ "พวกเขาขยันกว่าเรา"
แต่หากลองมองให้ดี จะเห็นว่าคำตอบนี้ก็ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกๆ คน
แล้วจะให้ฉันคิดอย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้วก็มักจะได้คำตอบเดิมๆ ที่ว่า
"ก็คงเพราะพวกเขาทำบุญมาเยอะกว่าเรา ชาตินี้เขาเลยสบาย"
แล้วยังไงล่ะ
ฉันคือผู้รับกรรมงั้นเหรอ???
แต่ถึงกระนั้นก็ตามที เคยอ่านนิยายเรื่องนึงได้กว่าถึงเรื่องความรักไว้ประมาณว่า
พระเจ้าช่างอยุติธรรมสิ้นดี ทำไมคนเหมือนๆ กันถึงได้ถูกสร้างมาให้แตกต่างกันได้ถึงเพียงนี้
และจะเพราะความรู้สึกผิดจากความอยุติธรรมนี้หรือไม่ พระเจ้าถึงได้ชดเชยความผิดด้วยการส่งคนที่สมบูรณ์แบบทุกๆ อย่างให้มาหลงรักคนธรรมดาๆ คนนึง
สุดท้ายแล้ว มันก็แค่เป็นความอัดอั้นตันใจอย่างถึงที่สุด ของผู้ชายคนนึงที่ไม่สามารถระบายให้ใครฟังได้ก็เท่านั้นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น